รถรับจ้างขนของ ควรปิดแอร์ก่อนติดเครื่องยนต์หรือไม่และการยืดอายุพวงมาลัย

news

รถรับจ้างขนของ ควรปิดแอร์ก่อนติดเครื่องยนต์หรือไม่และการยืดอายุพวงมาลัย ในการติดเครื่องยนต์แต่ละครั้ง ควรจะทำการปิดระบบไฟฟ้าทั้งหมด รวมถึงเครื่องเสียงหรือแม้กระทั่งการปิดประตูเพราะกำลังไฟทั้งหมดจะถูกใช้ในการติดเครื่องยนต์ครั้งแรกก่อนก็มีอยู่บ่อยหลังรถยนต์ถูกใช้งานมาแล้วจะไม่มีการปิดระบบปรับอากาศ หมายความว่า มีการดับเครื่องยนต์พร้อมการเปิดแอร์ค้างไว้ การปฏิบัติเช่นนี้ถือว่าไม่ถูกต้อง หากกระทำบ่อยๆอาจนำพาปัญหามาสู่รถยนต์ของท่านได้

ขณะดับเครื่องยนต์คงไม่เกิดปัญหามากนัก แต่ในทางกลับกันขณะติดเครื่องยนต์จะมีการฉุดกันระหว่างสายพานกับสายพาน (เป็นสายพานเส้นเดียวก็แล้วไป) ไหนเครื่องยนต์หมุน ปั้มน้ำหมุน ไดชาร์จหมุน คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงานอีกผลก็คือมีการกินกำลังบางครั้งทำให้ถึงกับสตาร์ทอืด หากกำลังในแบตเตอรี่เหลือน้อยจะไม่สามารถติดเครื่องยนต์ได้รถยนต์เกียร์ธรรมดายังเข็นกระตุกติดได้แต่ถ้าเป็นเกียร์อัตโนมัติหมดสิทธิ์ แน่นอน อย่างน้อยต้องทำการพ่วงแบตเตอรี่

หากอยากทดสอบอาการด้วยตนเองโดยการติดเครื่องระหว่างเปิดระบบปรับอากาศกับปิดระบบปรับอากาศ หากแบตเตอรี่มีกำลังไฟดีอาจจะไม่พบสิ่งที่แตกต่างมากนัก หมายถึงว่า แบตเตอรี่ยังใหม่อยู่ แต่ถ้าแบตเตอรี่ถูกใช้งานมาระยะหนึ่งแล้วควรระวังไว้บ้าง นอกจากแบตเตอรี่แล้วยังมีชิ้นส่วนต่อเนื่องอีกคือ มู่เล่ย์หน้าเครื่อง (สำหรับมีสายพานหลายเส้น) เพราะในมู่เล่ย์จะมีซีลยางอยู่ระหว่างร่องสายพานแต่ละเส้น หากมีการกระชากบ่อยๆทำให้ฉีกขาดได้เช่นกัน ตรงจุดนี้อาจถูกมองข้ามกันไป

ไหนๆกล่าวถึงมู่เล่ย์ สำหรับรถยนต์ที่มีสายพานหลายเส้นในตัวเครื่องยนต์ การปรับตั้งสายพานก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มู่เล่ย์เกิดความเสียหายนั่นก็คือการปรับสายพานตึงเกินไป การปรับจะต้องอยู่ในค่ามาตรฐานมิฉะนั้นนอกจากตัวสายพานที่จะเสียหายก่อนเวลาอันควรแล้ว พวกลูกรอก พวกไดชาร์ต และอื่นๆ

การยืดอายุพวงมาลัยเพาเวอร์

พวงมาลัยเพาเวอร์เป็นระบบไฮดรอลิกที่ช่วยผ่อนแรงในการเลี้ยวรถ ผ่อนภาระการออกแรงหักพวงมาลัยผู้ขับ
ในการขับขี่ความเร็วสูง ผู้ขับขี่ต้องใช้แรงมากขึ้นหรือหมุนพวงมาลัย

พวงมาลัยเพาเวอร์เป็นระบบไฮดรอลิกที่จะช่วยผ่อนแรงเราได้มากแม้ระบบไฮดรอลิกจะขัดข้อง แต่ยังสามารถขับขี่ได้ตามปกติ แต่จะต้องออกแรงขับมากขึ้น

คำแนะนำในการใช้พวงมาลัยเพาเวอร์

– อย่าหักพวงมาลัยอย่างรุนแรง เช่นการหักล้อปีนข้ามฟุตบาท ขอบทาง เพราะอาจทำให้ซีลรั่ว ท่อทางเดินน้ำมันแตกเนื่องจากความดันขณะเลี้ยว และเมื่อความดันสูงขึ้นเกินขีดจำกัด อุณหภูมิของน้ำมันจะสูงขึ้น จะส่งผลให้ปั้มมีอุณหภูมิสูงและติดตาย
– เวลาจอดรถ ควรหมุนพวงมาลัยให้ล้อตรง ไม่ควรแบะล้อออก
– ไม่ควรหมุนพวงมาลัยขณะจอดรถอยู่กับที่
– ไม่ควรหมุนพวงมาลัย ไปทางซ้ายสุดหรือขวาสุด ควรคืนพวงมาลัยลงมานิดหน่อยเพื่อลดความดันน้ำมัน ซึ่งถ้าความดันน้ำมันสูงเกินไปอาจทำให้ท่อน้ำมันแตก หรือปั้มพวงมาลัยเพาเวอร์อาจเสียหายได้