นิตยสารฟอร์บส์เผย 50 มหาเศรษฐีไทยปี 62 เจ้าสัวซีพี ยังรั้งอันดับ 1

news

นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทย เจ้าสัวซีพียังรั้งอันดับ 1 มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 9.4 แสนล้านบาท ส่วนประมูลดิวตี้ฟรี เศรษฐีไทยแห่ชิงเค้ก รู้ผลปลายเดือนนี้

คลุกข่าวเล่าประเด็นวันนี้ จะพาไปดูเรื่องของคนรวย และพาไปดูว่า ปีนี้ คนรวยของประเทศไทย เขาสนใจลงทุนอะไรกันบ้าง ซึ่งอันที่จริงการลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ปีนี้ ก็มีอยู่หลายโครงการที่ถูกจับตา แต่ก็มีอีกหนึ่งโครงการ คือ การประมูลร้านค้าปลอดภาษี และพื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในสนามบินสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานนานาชาติ ที่ใหญ่ และเสมือนประตูสำคัญ ในการเข้าออกประเทศ ซึ่งแน่นอน ธุรกิจเหล่านี้จะเติบโตไปพร้อมกับธุรกิจการท่องเที่ยว ธุรกิจการบินของประเทศไทย เดี๋ยวไปดูรายละเอียดกัน

นิตยสารฟอร์บส์จัดอันดับ 50 มหาเศรษฐีไทยปี 2562 พบว่าความไม่แน่นอนก่อนการเลือกตั้งเดือนมีนาคมของไทยมีส่วนบั่นทอนบรรยากาศความเชื่อมั่น ฉุดค่าเงินบาท และดึงดัชนีตลาดหุ้นไทยร่วงลง 7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิโดยรวมของมหาเศรษฐีไทย ที่อยู่ในทำเนียบปรับตัวลงเล็กน้อยไปอยู่ที่ 1.605 แสนล้านเหรียญ หรือ ประมาณ 5.14 ล้านล้านบาท

ส่วนอันดับเศรษฐีไทย ตระกูลเจียรวนนท์ เจ้าของกิจการเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี ยังคงรั้งอันดับ 1 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 29,500 ล้านเหรียญ หรือกว่า 940,000 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 30,000 ล้านเหรียญเมื่อปีที่แล้ว ขณะที่อันดับ 2 เป็นของตระกูลจิราธิวัฒน์ เจ้าของกลุ่มเซ็นทรัล ที่มีทรัพย์สินสุทธิ 21,000 ล้านเหรียญ หรือ 670,000 ล้านบาท คุณเฉลิม อยู่วิทยา แห่งกระทิงแดงยังคงอยู่ในอันดับที่ 3 ทรัพย์สินอยู่ที่ 19,999 ล้านเหรียญ หรือกว่า 630,000 ล้านบาทคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี แห่งกลุ่มไทยเบฟเวอเรจ ครองอันดับ 4 ที่กว่า 500,000 ล้านบาท

ส่วนคุณอัยยวัฒน์ ศรีวัฒนประภา วัย 33 ปี ซึ่งอายุน้อยที่สุดในทำเนียบได้สืบทอดตำแหน่งต่อจากบิดาผู้ล่วงลับ คุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ขึ้นเป็นซีอีโอ คิง เพาเวอร์ บริษัทยักษ์ใหญ่ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดอากร อยู่อันดับ 6 ทรัพยสิน ที่ 4,700 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามติดมาด้วย นพ.ปราเสริฐ ปราสาททอง เศรษฐีหุ้นไทย เจ้าของสายการบินบางกอก แอร์เวยส์ และอีกหลายธุรกิจ มีทรัพย์ 3,400 ล้านเหรียญสหรัฐ เอาพอเป็นสังเขป และหากถามว่าเศรษฐีไทยส่วนใหญ่เหล่านี้ เขาสนใจลงทุนอะไรปีนี้

โครงการที่ถูกจับตามากที่สุด การจำหน่ายสินค้าปลอดอากร หรือ ดิวตี้ ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และ พื้นที่เชิงพาณิชย์ ภายในอาคารผู้โดยสาร ล่าสุด บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน ) ประกาศออกมา มีเอกชนทั้งหมด 5 ราย ได้แก่ บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด ซึ่งไม่ยื่นรายชื่อ Joint Venture, บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด Joint Venture มีบริษัท ดีเอฟเอสเวนเจอร์ สิงคโปร์ จำกัด, บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์ เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ไม่ยื่นรายชื่อ Joint Venture,บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA Joint Venture ประกอบด้วย บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัด และ บริษัท บางกอกแอร์เวย์โฮลดิ้ง จำกัด และสุดท้ายบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) มี Joint Venture ต่างชาติ 2 ราย

สำหรับกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในอาคารผู้โดยสาร มีทั้งหมด 4 ราย ได้แก่

1. บริษัท คิงเพาเวอร์ สุวรรณภูมิ จำกัด

2. บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)

3. บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด

4. บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล

โดยไม่มีรายใดยื่นรายชื่อ Joint Venture ทั้งนี้การประมูลจะทราบผล ในปลายเดือนพฤษภาคมนี้ โดยการดำเนินการ ทอท.ต้องการเร่งรัดหาเอกชน เพื่อทดแทนกลุ่มบริษัทคิง เพาเวอร์ที่จะหมดสัญญาลงในเดือนกันยายน 2563 เห็นได้ว่าเป็นกลุ่มธุรกิจ จากเศรษฐีไทยอันดับต้นๆ ทั้งนั้น ที่จะชิงเค้ก ประมูลงานนี้