กลุ่มจนท.และพลเรือนในเม็กซิโกดวลปืนกันสองครั้งในสองวัน

news

เจ้าหน้าที่ความมั่นคงและพลเรือนในเม็กซิโกยิงปะทะกันครั้งใหญ่สองครั้งภายในสองวัน มีผู้เสียชีวิตรวม 28 คน เพิ่มแรงกดดันให้แก่ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ที่ประกาศจะแก้ปัญหาเหตุรุนแรงตั้งแต่รับตำแหน่งเมื่อเดือนธันวาคม

สำนักงานความมั่นคงสาธารณะรัฐเกร์เรโร ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเม็กซิโกแถลงว่า มีพลเรือนเสียชีวิต 14 คน ทหารเสียชีวิต 1 นายจากการยิงปะทะกันเมื่อวันอังคารใกล้เมืองอีกัวลา เมืองที่เกิดเหตุนักศึกษา 43 คนหายไปตั้งแต่ปี 2557 รอยเตอร์รายงานว่า เห็นภาพพลเรือนสองศพ หนึ่งศพพิงกับรถบรรทุกขนาดเล็กที่พรุนไปด้วยรอยกระสุนและมีเจ้าหน้าที่กองกำลังความมั่นคงลาดตระเวนพื้นที่เกิดเหตุ ส่วนเมื่อวันจันทร์กลุ่มมือปืนที่คาดว่าเป็นแก๊งอันธพาลสังหารตำรวจ 13 นายในรัฐมิโชอากังที่อยู่ติดกัน ภาพที่ส่งต่อในสื่อสังคมออนไลน์เห็นรถตำรวจพรุนไปด้วยรอยกระสุนกำลังถูกเผาและเห็นศพเจ้าหน้าที่เกลื่อนพื้น สองรัฐนี้ขึ้นชื่อว่าเกิดเหตุรุนแรงและไร้ขื่อแปมากที่สุดในเม็กซิโก เพราะแก๊งค้ายาเสพติดแย่งชิงพื้นที่ลำเลียงยาเสพติดไปยังฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกและลึกเข้าไปในประเทศ

ประธานาธิบดีโลเปซ โอบราดอร์กล่าวโทษรัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มาว่า ใช้วิธีเผชิญหน้าในการแก้ปัญหาอาชญากรรมทำให้อาชญากรรมยิ่งแพร่กระจาย เขาคาดหวังในแง่ดีว่าเม็กซิโกจะมีสันติภาพ รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณด้านความมั่นคงและแก้ไขที่รากเหง้าปัญหาเหตุรุนแรง นายโลเปซ โอบราดอร์ได้ตั้งกองกำลังพิทักษ์แห่งชาติ เป็นกำลังตำรวจที่มีกำลังคล้ายทหารเพื่อควบคุมเหตุรุนแรง แต่กำลังเหล่านี้กลับต้องแบ่งไปประจำการบริเวณพรมแดนเพื่อเอาใจประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐที่ขู่ว่า จะเก็บภาษีสินค้าเม็กซิโกหากไม่หาทางลดจำนวนผู้ลอบเข้าสหรัฐที่หลั่งไหลมาจากอเมริกากลาง